วัฒนธรรมท้องถิ่นภาคเหนือ

       ชาวเหนือส่วนใหญ่มีอาชีพทำนา ทำไร่ การทำนาส่วนใหญ่จะเป็นนาดำ จึงทำนาหว่าน คนเหนือปลูกข้าวเหนียวกันเป็นส่วนใหญ่ เพราะส่วนมากจะบริโภคแต่ข้าวเหนียว ข้าวเหนียวภาคเหนือถือเป็นข้าวที่มีคุณภาพดี นึ่งสุกแล้วขาวสะอาด อ่อนและนิ่มน่ารับประทาน นอกจากทำนาแล้วยังปลูกพืชไร่อื่น ๆ เช่น หอม กระเทียม ถั่ว ยาสูบ อาชีพทำสวนก็เป็นที่นิยมกัน โดยเฉพาะทำสวนลำไย และลิ้นจี่ นอกจากจะขายให้คนไทยได้รับประทานแล้ว ยังส่งออกต่างประเทศอีกด้วย และยังมีอาชีพอีกอย่างหนึ่งซึ่งเป็นวัฒนธรรมของชาวเหนือ คือ การทำเมี่ยง ชาวเหนือชอบกินหมากและอมเมี่ยง โดยเอาใบเมียงที่เป็นส่วนใบอ่อนมาหมักให้มีรสเปรี้ยวอมฝาด เมื่อหมักนานได้ที่ จะเอาใบเมี่ยงมาอม จะผสมเกลือเม็ดหรือของกินอื่นแล้วแต่ชอบนอกจากการอมเมี่ยงแล้ว คนล้านนาทั้งหญิงและชายจะสูบบุหรี่ที่มวนด้วยใบตองกล้วย มวนหนึ่งขนาดเท่านิ้วมือ และยาวเกือบคืบ ชาวบ้านเรียกจะเรียกบุหรี่ชนิดนี้ว่า “ขี้โย” หรือ “บุหรี่ขี้โย” ที่นิยมสูบกันมากอาจเนื่องมาจากอากาศหนาวเย็น การสูบบุหรี่คงทำให้ร่างกายอบอุ่นขึ้นนอกจากอาชีพเกษตรกรรม ชาวเหนือยังประกอบอาชีพอื่น อาจเรียกได้ว่าเป็นหัตถกรรมหรืออุตสาหกรรมในครัวเรือนก็ได้ คือ ผู้หญิงจะทอผ้าเมื่อเสร็จจากการทำนา นอกจากนั้นยังมีการแกะสลัก การทำเครื่องเงิน เครื่องเขิน และการทำเครื่องเหล็ก เป็นต้น

 

ประวิติความเป็นมา

       ในพื้นที่ภูเขาสูงปานกลาง จะเป็นที่อยู่อาศัยของชาวมูเซอ และลีซอ ซึ่งมีเชื้อสายทิเบต พม่า และนิยมตั้งบ้านเรือนอยู่ใกล้แม่น้ำ ส่วนบนพื้นที่ภูเขาระดับสูงกว่า 1,000 เมตรขึ้นไป จะเป็นที่ตั้งของชาวอีก้อ ชาวเขา เหล่านี้อาศัยกระจัดกระจายอยู่บนพื้นที่สูงเกือบทุกจังหวัดในภาคเหนือ สำหรับชนกลุ่มน้อยที่อาศัยอยู่ในเขตที่ราบของภาคเหนือ ประกอบด้วยชาวจีน ชาวอินเดียว และชาวยุโรป กลุ่มชนชาวจีนเองปัจจุบันมาถึงรุ่นลูกหลายได้โอนสัญชาติมาเป็นคนไทยเกือบหมดแล้ว ชนกลุ่มน้อยทั้งสามเชื้อชาตินี้ส่วนใหญ่จะประกอบอาชีพทางด้านธุรกิจการค้าและบริการ หรืองานด้านอุตสาหกรรม ชาวไทยในภาคเหนือส่วนใหญ่มีวิถีชีวิต และความเป็นอยู่ในกรอบของวัฒนธรรมท้องถิ่นที่ปัจจุบันเรียกว่า วัฒนธรรม “คนเมือง “ หรือ “คนล้านนา” ตามชื่อของอาณาจักรที่มีการปกครองแบบนครรัฐที่ตั้งขึ้นในพุทธศตวรรษที่ 18 โดยพญาเม็งราย และมีศูนย์กลางอยู่ที่เมือง “นพบุรีศรีนครพิงค์เชียงใหม่” ถึงแม้ว่าอาณาจักรนี้ยังประกอบด้วยวัฒนธรรมท้องถิ่น ที่แยกย่อยออกไป องค์ประกอบที่สำคัญก็ยังมีความคล้ายคลึงกันอยู่มาก โดยเฉพาะเรื่องการดำรงชีวิตแบบเกษตรกร การานับถือสิ่งศักดิ์สิทธิ์และวิญญาณของบรรพบุรุษ ที่เรียกว่า “ผี” ความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา แบบเถรวาท และการแสดงออกของความรู้สึกนึกคิด และอารมณ์โดยผ่านภาษาวรรณกรรม ดนตรี และงานฝีมือ

 

ประเพณีพื้นเมือง
     ประเพณีภาคเหนือ เช่น ประเพณีสืบชะตา เป็นพิธีต่ออายุให้แก่ตนเอง และญาติพี่น้อง บ้านเมืองเพื่อให้เกิดความเจริญรุ่งเรืองและความเป็นสิริมงคล ประเพณีปอยน้อย เป็นพิธีบรรพชาที่จัดงานเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่มีการแห่ลูกแก้หรือผู้บวช ซึ่งจะแต่งตัวสวยงามแบบกษัตริย์หรือเจ้าชาย เพราะถือคตินิยมว่าเจ้าชายสิทธถะออกบวชจนตรัสรู้ การแห่นิยมให้ลูกแก้วขี่ม้า ขี่ช้าง หรือขี่คอคน มีการร้องรำกันอย่างสนุกสนาน

 

วัฒนธรรมท้องถิ่น
     ในแต่ละท้องถิ่นจะมีวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน ดังนี้
- วัฒนธรรมทางภาษา คนไทยทุกภาคทุกท้องถิ่นได้สืบทอดวัฒนธรรมทางภาษามาอย่างต่อเนื่อง ทุกคนใช้ภาษาไทย แต่มีสำเนียงแตกต่างกัน เรียกว่า “ภาษาถิ่น” เช่น ภาษาไทยในท้องถิ่นภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคใต้ แต่เราสามารถใช้สื่อสารทำความเข้าใจได้

- วัฒนธรรมที่เกี่ยวข้องกับการกิน ในแต่ละท้องถิ่นมีการปรุงอาหารซึ่งเป็นวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมานาน โดยใช้วัตถุดิบที่แตกต่างกัน และอาหารที่มีรสชาติแตกต่างกัน ตามรสนิยมของแต่ละภาค อย่างภาคเหนืออาหารที่ขึ้นชื่อคือ น้ำพริกหนุ่ม น้ำพริกอ่อง ไส้อั่ว แกงโฮะ แกงฮังเล